บทนำ

                ผมเชื่อว่าคนส่วนมากรู้จักคำว่าคาวบอยจากภาพยนตร์และทีวี แต่น้อยคนนักที่จะได้อ่านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิตที่แท้จริง ที่แตกต่างจากภาพยนต์ของพวกเขา วิถีชีวิตคาวบอยในอเมริกาเป็นเรื่องที่น่าศึกษา พวกเขาคือผู้สร้างอเมริกาจากประเทศที่ป่าเถื่อน จนกลายเป็นชาติยิ่งใหญ่ภายในแค่ ๒๐๐ กว่าปี (ประกาศตนเป็นเอกราชจากการเป็นอาณานิคมอังกฤษ ๔ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๗๗๖  ถึงขณะนี้ ค.ศ. ๒๐๐๘ เท่ากับ ๒๓๒ ปี) แซงหน้าชาติเก่าแก่ที่เกิดมาเป็นพันๆ ปี อย่างจีน อินเดีย และหลายชาติในยุโรปทั้งหมด  จุดดีของวัฒนธรรมนี้อยู่ที่ตรงไหน เป็นเรื่องที่น่าค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนไทยบางกลุ่ม ที่ผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า กำลังเริ่มบุกเบิกตามรอยคาวบอย โดยมี วิถีชีวิตแบบคาวบอยไทย เพื่อจะได้นำสิ่งดีๆ เหล่านั้นมาเป็นตัวอย่าง และหลีกเลี่ยงข้อเสียที่ย่อมมีเช่นกัน เพื่อจะได้สร้างความสำเร็จให้แก่ตนเองบ้าง ไม่มากก็น้อย

                 ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น  เพื่อรวมรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่แท้จริงของคาวบอยมาไว้ให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันง่ายๆ  รวมทั้งได้แนะนำเพลงคาวบอยแท้ๆ ทั้งเก่าและใหม่จำนวนหนึ่งมาให้รู้จักกัน เพลงพวกนี้ไม่ใช่เพลง country อย่างที่คนส่วนมากเข้าใจ แต่เป็นเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกและวิถีชีวิตของพวกคาวบอยตัวจริง ที่ถ่ายทอดออกมาทางเสียงเพลง  

                เนื้อหาของหนังสือนี้ส่วนหนึ่ง รวบรวมจากกระทู้ที่ผมโพสต์เอาไว้ ในเว็บไซต์ www.cowboythai.com ซึ่งเป็นหัวหอกของการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล ของชุมชนในอินเตอร์เน็ต ที่รักชีวิตสไตล์คาวบอย-อินเดียน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้คนที่สนใจชีวิตสไตล์คาวบอยแต่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ต ได้มีโอกาสอ่านกันบ้าง  ภาพและเนื้อหาจะอ้างถึงที่มาเอาไว้ใน footnote เพื่อให้ง่ายแก่การค้นคว้าเพิ่มเติม และขอขอบคุณเจ้าของแหล่งข้อมูลทุกท่านอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วย

                                                                                                                                                                                Lonesome_Dove

 

 

 

ชีวิตและเพลงคาวบอย

Cowboys’ Life and Songs

 

บทที่ ๑. ที่มาของกระแสนิยมคาวบอย

          เพื่อเป็นการคาราวะต่อคาวบอยตัวจริงทั้งที่จากไปแล้วและยังอยู่ ก่อนที่เราจะไปดูว่า คาวบอยมาจากไหน มีตำนานเป็นมาอย่างไร  ขอยกบัญญัติ ๑๐ ประการของคาวบอย ที่คนที่รู้จักคาวบอยพอสมควรคงจะรู้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร เอามาไว้ที่หน้าแรกของบทนี้ก่อนเลย เพื่อให้ผู้ที่จะอ่านต่อไป จะได้รู้ว่า คุณสมบัติของคาวบอยที่แท้จริงนั้น ควรเป็นอย่างไร

บัญญัติ ๑๐ ประการของคาวบอย

 

1. The Cowboy must never shoot first, hit a smaller man, or take unfair advantage.
   คาวบอยต้องไม่ยิงก่อน ไม่ชกคนที่ตัวเล็กกว่า ไม่เอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
2. He must never go back on his word, or a trust confided in him.
   คาวบอยต้องไม่กลับคำพูด หรือทำลายความไว้วางใจที่ผู้อื่นมอบให้เขา
3. He must always tell the truth.
   คาวบอยต้องรักษาสัตย์
4. He must be gentle with children, the elderly, and animals.
   คาวบอยต้องอ่อนโยนต่อเด็ก คนแก่ และกรุณาต่อสัตว์
5. He must not advocate or possess racially or religiously intolerant ideas.
   คาวบอยต้องไม่คิดและไม่สนับสนุน การแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือศาสนา
6. He must help people in distress.
   คาวบอยต้องช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก
7. He must be a good worker.
   คาวบอยต้องเป็นคนงานที่ดี
8. He must keep himself clean in thought, speech, action, and personal habits.
   คาวบอยต้องมีความสะอาดทางความคิด คำพูด การกระทำ และนิสัยส่วนตัว
9. He must respect women, parents, and his nation's laws.
   คาวบอยต้องให้เกียรติ์ผู้หญิง  เคารพพ่อแม่ และเคารพกฎหมาย
10. The Cowboy is a patriot.
   คาวบอยต้องเป็นผู้รักชาติ

 

                เมื่อได้รู้จักลักษณะของคาวบอย ในความหมายที่ยอมรับกันทั่วโลกพอสมควรแล้ว ก่อนที่จะไปถึงเรื่องตำนานคาวบอยเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน เรามาคุยกันถึงเรื่องใกล้ตัวก่อนดีกว่า เพราะหลายคนคงสงสัยคาใจอยู่นานแล้ว

๑.๑. ทำไมถึงชอบคาวบอย

            คนที่ชอบคาวบอยถึงขั้นแสดงออกให้คนอื่นมองเห็นได้ อาจได้รับคำถามนี้กันหลายคน  ผมก็เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ทำไมถึงชอบคาวบอย  คำตอบของคนอื่นผมไม่ทราบ แต่คำตอบที่ผมบอกตามความรู้สึกส่วนตัว ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ได้ดูหนังคาวบอยสมัยเด็กๆ ก็คือ ชอบคาวบอยที่บุคลิกลักษณะของพระเอกที่เห็นจากในหนัง คือ เป็นคนพูดจริง ทำจริง กล้าได้กล้าเสีย รักษาคำพูด  ใครดีมาก็ดีตอบ ใครร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่สุภาพอ่อนโยนกับผู้ที่อ่อนแอกว่า ช่วยคนที่ถูกรังแก และเก่งในเรื่องการต่อสู้ด้วยหมัดและปืน  นี่คือลักษณะโดยสรุปของวีรบุรุษในดวงใจ และเป็นทางออกของจิตใจ ในสังคมที่ต้องถูกเก็บกดด้านความประพฤติปฏิบัติอย่างมาก ตามธรรมเนียมไทย

                แม้ลักษณะของคนจริงแบบคาวบอยที่ผมว่าจะหาได้ยาก และตัวเองก็ทำตัวอย่างนั้นไม่ได้ แต่หนังคาวบอยคือสิ่งตอบสนองความอยากจะเป็น และอยากจะทำ ในส่วนลึกที่มีอยู่อย่างช่วยไม่ได้ ผมรู้ว่านี่คือเรื่องของจิตวิทยาในการปลดปล่อยความเก็บกดของมนุษย์ อีกอย่าง มันสะใจตรงที่ว่า ดูหนังคาวบอยแล้ว ชอบใจที่พระเอกไม่ต้องมาอดทนอดกลั้นอะไรให้มากเหมือนพระเอกนางเอกหนังไทยหรือหนังอินเดีย ที่ต้องทนลำบากลำบน น้ำตาท่วมจอจนหนังใกล้จบ จึงจะได้พบกับความสุขสะใจกับเขาซะที

            ต่อมาเมื่อผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือนิยายคาวบอย ได้ท่องเน็ต ก็ได้ค้นพบเรื่องราวคาวบอยดีๆ มากขึ้น และไปเจอเว็บไซต์ของ ยีน ออทรี (Gene Autry, ๑๙๐๗-๑๙๙๘ มีอายุได้ ๙๑ ปี) ดาราหนังคาวบอยยุคบุกเบิกเข้า  ทำให้ผมรู้จักคาวบอยในอีกหลายแง่มุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน

                ยีน ออทรี โด่งดังมาจากการร้องเพลงโห่(yodel)แบบลูกทุ่งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๒๘ และเริ่มแสดงหนังคาวบอยในปี ๑๙๓๒   จนตอนหลังกลายเป็นผู้สร้างเองแสดงเองเกือบ ๑๐๐ เรื่อง  เขาคือวีรบุรุษในฝันของคาวบอยตัวจริง เพราะเขาขี่ม้าเก่งสุดยอด ร้องเพลงติดอันดับ แสดงหนังจนโด่งดัง ด้านงานโรดิโอซึ่งเป็นกีฬาสุดยอดของคาวบอย เขาก็สามารถซื้อไร่จัดงานแสดงโรดิโอของตนเองเก็บเงินคนดูจนร่ำรวย ในบั้นปลายชีวิตเขาติดอันดับเศรษฐี ๔๐๐ คนของอเมริกา    ผู้ที่ชมการแสดงของเขาจำนวนมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคาวบอยหรือไม่ จึงชื่นชมและใฝ่ฝันอยากจะเป็นคนอย่างเขา

                วันหนึ่ง กลุ่มแฟนที่คลั่งไคล้ ยีน ออทรี ถามเขาว่า อยากจะเป็นคาวบอยอย่างเขาบ้างจะต้องทำตัวอย่างไร  เขาก็เลยถือโอกาสประมวลลักษณะที่ดีของคาวบอยตามความเชื่อต่อๆ กันมาขึ้นเป็นข้อๆ และบอกให้คนที่อยากเป็นคาวบอยยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งทำให้ผมพบกับบุคลิกลักษณะของคาวบอยที่ผมชื่นชอบมาแต่เด็ก ถูกแยกแยะไว้เป็นอย่างๆ ๑๐ ข้อด้วยกัน เรียกว่า Cowboy Code หรือ Cowboy Commandments (บทบัญญัติของคาวบอย) ซึ่งผมแปลเอาไว้ในเว็บไซต์ www.cowboythai.com ดังที่ได้ยกมาในตอนต้นของบทนี้

            นี่หมายความว่า ตามความคิดของผู้ที่ประกอบอาชีพในการสร้างภาพของคาวบอยให้เป็นขวัญใจ เป็นวีรบุรุษ ของคนจำนวนมากทั่วโลก เขาเห็นว่า การเป็นคาวบอยไม่ใช่อยู่ที่การแต่งตัวแบบคาวบอยเท่านั้น  แต่อยู่ที่การกระทำและนิสัยใจคอตามบทบัญญัตินี้ต่างหาก หากคาวบอยไม่มีลักษณะเช่นนี้ ก็คงไม่มีใครชอบจนนับถือเป็นฮีโร่ในใจ เพราะเขาจะกลายเป็นคนธรรมดาหรือผู้ร้ายทันที

                จากข้อควรปฏิบัติของคาวบอย ๑๐ ข้อนี้ เราจะเห็นว่า เป็นคุณลักษณะของคนดีที่เป็นสากล ไม่แบ่งเชื้อชาติและศาสนา  ไม่อ้างอิงพระเจ้าหรือศาสดาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อว่า เป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของคนดีในสังคมทุกยุคทุกสมัยก็ว่าได้  และถึงแม้จะไม่มีข้อสะใจผมที่ว่า ใครดีมาให้ดีตอบ ใครร้ายมาให้ร้ายตอบ แต่เป็นคนมีคุณสมบัติครบ 10 ข้อนี้ได้ ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว ไม่ใช่หรือ

                รูปภาพข้อความที่เว็บไซต์พร้อมลายเซ็นของ ยีน ออทรี แสดงอยู่ในรูปประกอบข้างล่างนี้[1] เพื่อเป็นหลักฐานว่า ผมไม่ได้ยกเมฆนะครับ  และหากใครเคยไปดูการแสดงวิถีชีวิตคาวบอยที่ฟาร์มโชคชัย ก็จะได้ยินเขาเปิดเสียงจริงของ ยีน ออทรี ที่อ่านบทบัญญัตินี้ก่อนการแสดงทุกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นการคาราวะต่อวีรบุรุษคาวบอยตัวจริงในอดีต และประกาศให้รู้ว่า เจ้าของฟาร์ม เขาไม่ใช่คาวบอยที่การแต่งตัวเท่านั้น

 

บทบัญญัติคาวบอยพร้อมลายมือชื่อของ ยีน ออทรี ที่ www.geneautry.com

           

๑.๒. กำเนิดชุมชนคาวบอยในไทย

                คนไทยที่ชอบคาวบอยเหมือนผมคงมีไม่น้อย ทุกวันนี้กระแสนิยมคาวบอยในประเทศจึงเติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อน เกิดเป็นชุมชนคาวบอยไทยขึ้นทั้งบนอินเตอร์เน็ตและในชีวิตจริงหลายแห่ง จนมีกิจกรรมคาวบอยในที่ต่างๆ ให้คนแปลกใจไปทั่ว เรามาดูสาเหตุที่มาของเรื่องนี้กันสักเล็กน้อย ส่วนในตอนท้ายของบท ผมจะกล่าวถึงปัจจัยของที่มาและการดำรงอยู่ของกระแสคาวบอยในอเมริกาพอสังเขป

                จุดกำเนิดชุมชนคาวบอยไทย ส่วนหนึ่งคงมาจากหนังและเพลงแนวคันทรีที่เรารู้จักกันมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ก็น่าแปลกใจว่า ทำไมสมัยก่อนคนชอบคาวบอยไม่แสดงออกถึงขั้นแต่งตัวพกปืนออกมาเดินกันขวับไขว่ในงานหรือร้านอาหาร อย่างที่เพิ่งเกิดมา 5-6 ปีนี้ แสดงว่าคงมีแรงผลักดันอื่น ที่รุนแรงกว่าทำให้เป็นเช่นนี้

                จากการได้ยินผู้นำกลุ่มคาวบอยไทยบางท่านกล่าวถึง และจากการประมวลข้อมูลที่พอหาได้ รวมทั้งได้อ่านประวัติความเป็นมาของ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)[2] ซึ่งทำให้เกิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์กที่มวกเหล็ก และมีการเลี้ยงโคนมทั่วประเทศในปี ๒๕๕๐ เฉพาะของโครงการนี้รวม ๘๕,๑๓๓ ตัว มีสมาชิกที่เป็นผู้เลี้ยงวัว ๔,๓๔๖ คน ทำให้ผมเชื่อว่า นี่คือแรงผลักดันที่ผมค้นหา [3]

                อ.ส.ค. คือโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม ที่รัฐบาลและเกษตรกรชาวเดนมาร์กออกเงินกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสประเทศเดนมาร์กในปี พ.ศ. ๒๕๐๓

                โครงการดังกล่าวทำให้คนไทยได้รู้จักการเลี้ยงวัวเพื่อรีดนม ตามแบบชาวยุโรปเช่นเดียวกับที่ได้เคยสืบทอดไปสู่ดินแดนตะวันตกของอเมริกาในสมัยก่อน  ซึ่งอาชีพเช่นนี้ ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายอย่าง เช่น อุตสาหกรรมนมกล่อง  ไอศค